บทความ

มุมมองของสาทิศ กุมาร ต่อความสัมพันธ์แบบองค์สามฯ

ที่มา : http://archive.lib.cmu.ac.th/full/T/2552/phil0952pj_ch5.pdf

 

 

สาทิศ กุมารได?กล?าวถึงหนังสือคีตาว?ามีแนวทางการแก?ไขป?ญหาทางนิเวศวิทยา โดยการเปลี่ยนท?าทีของมนุษย?จากการยึดมั่นในความยิ่งใหญ?ของตนเองให?เป?นการใช?ประโยชน?จากโลก ธรรมชาติเฉพาะในสิ่งที่สําคัญและจําเป?นต?อการดําเนินชีวิต และต?องบํารุงรักษารวมถึงซ?อมแซม ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการกระทําของเราโดยการปฏิบัติตามหลักการ ?ผืนดิน สังคม วิญญาณ? เป?นแนวทางการดําเนินชีวิตตามรูปแบบความสัมพันธ?ที่เหมาะสมระหว?างธรรมชาติ ชุมชนมนุษย? และกับตนเอง ทั้งสามคําเป?นแนวทางในการทํานุบํารุงโลกทั้งมวลซึ่งสาทิศ กุมาร มองว?ามนุษย?ควร ให?ความสําคัญกับสังคมและธรรมชาติของโลกมากกว?าการเข?าใจเพียงแค?ตนเอง เนื่องจากธรรมชาติ และสังคมมีผลกระทบและอิทธิพลต?อการมีชีวิตที่ดีและการพัฒนาทางจิตวิญญาณส?วนตัว ดังนั้น หากสังคมและธรรมชาติดี ชีวิตส?วนตัวก็จะดีไปด?วย

ในการให?ความหมายแก?องค?สามทางจิตวิญญาณของสาทิศ กุมารได?ใช?คําว?า ?ผืนดิน สังคม วิญญาณ?  ซึ่งทั้งสามคํานี้ได?มีการอธิบายที่ครอบคลุมมิติทางด?านธรรมชาติ สังคม และตัว มนุษย? อาจกล?าวได?ว่าทั้งสามคํานี้เป?นแนวทางการปฏิบัติตนของมนุษย?ต?อระบบนิเวศนั่นเอง

ความสัมพันธ?ที่เกิดขึ้นมิได?กล?าวถึงความสัมพันธ?ระหว?างมนุษย?ต?อสิ่งใดสิ่งหนึ่งเท?านั้น แต?เป?นการ กล?าวถึงความสัมพันธ?ที่มีการพึ่งพากันอย?างซับซ?อน กล?าวถึงความสัมพันธ?ทั้งหมดที่ไม?สามารถ แยกองค?ประกอบต?างๆ ออกจากกันได?อย?างเด็ดขาด ภาพด?านล?างนี้แสดงให?เห็นถึงความสัมพันธ? ที่ว?ามนุษย?เป?นส?วนหนึ่งของสังคมและเป?นสังคมเป?นส?วนหนึ่งของธรรมชาติ ดังนั้นมนุษย?จึงเป?น เพียงส?วนหนึ่งในธรรมชาติเท?านั้น และเมื่อมองเห็นความเชื่อมโยงสัมพันธ?ดังกล?าวก็จะเห็นความเป?นเอกภาพของสรรพสิ่งด?วย

?ผืนดิน?  เป?นสัญลักษณ?ของชีวิต สัญลักษณ?แห?งการให?กําเนิด เป?นตัวแทนของโลกที่ ทําให?ธรรมชาติเจริญเติบโต ธรรมชาติในที่นี้รวมไปถึงสัตว?ต?างๆ แม?น้ำ ภูเขาด?วย สิ่งเหล?านี้มี วิญญาณของตนเอง ธรรมชาติมีความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์ไม?ได?หมายความถึงเทพหรือเทพีแต? ความศักดิ์สิทธิ์นี้หมายความถึงวิญญาณที่มีอยู?ในทุกสิ่ง ธรรมชาติมิได?อยู?เหนือธรรมชาติ มนุษย?เป?น ส?วนหนึ่งของธรรมชาติมีวิญญาณ มีความศักดิ์สิทธิ์เช?นเดียวกันกับวิญญาณอื่นๆ มนุษย?จําเป็นต?อง พึ่งพาอาศัยโลกธรรมชาติในการดํารงชีวิตอยู? อาหาร เครื่องนุ?งห?ม ที่อยู?อาศัย และยารักษาโรคของ มนุษย?ล?วนมาจากผลิตผลที่เกิดมาจากดินทั้งสิ้น ดังนั้นมนุษย?ควรมีการรักษา เคารพ เอาใจใส?และ ขอบคุณต?อโลกธรรมชาติ แต?ไม?ใช?เพียงเพราะธรรมชาติมีประโยชน?ต?อเราเท?านั้นแต?เพราะโลก ธรรมชาตินั้นศักดิ์สิทธิ์ และมีวิญญาณที่ดีงามเป?นของตนเอง มนุษย?ควรเอาใจใส?ต?อการนํา ทรัพยากรธรรมชาติมาใช? ต?องไม?ก?อให?เกิดความสิ้นเปลือง ไม?ก?อให?เกิดการเหลือใช? และเมื่อนั้นก็ จะไม?มีการขาดแคลนเกิดขึ้น ซึ่งหลักการเช?นนี้เป?นไปตามหลัก ?ยัคนา?  ในศาสนาเชนนั่นเอง ดังที่ คานธีกล?าวว?า ?โลกมีเพียงพอต?อความจําเป?นของทุกคน แต?ไม?เพียงพอต?อความโลภของคนใดคน หนึ่ง? (อ?างถึงใน สาทิศ กุมาร, 2547ข, น. 90) ดังนั้นการกระทําที่คํานึงและตระหนักถึงผืนดินจึง เป?นการกระทําที่เหมาะสมที่จะก?อให?เกิดความอุดมสมบูรณ?แก?โลกธรรมชาติ

?สังคม?  เมื่อบํารุงผืนดินหรือธรรมชาติแล?วก็ต?องบํารุงสังคมต?อ สังคมหมายความถึง ระเบียบสังคมที่อยู?บนพื้นฐานของการให?และการรับที่เหมาะสมระหว?างองค?ประกอบที่อยู?ในระบบ นิเวศ เป?นการถ?อยทีถ?อยอาศัยและมีความสัมพันธ?ต่อกันอย?างเกื้อกูล โดยใช?วัฒนธรรม ศาสนาและ สติป?ญญาในการเพิ่มคุณค?าของชีวิตและจิตวิญญาณของมนุษย? คุณค?าเหล่านี้จะถูกสั่งสมและส?งต?อ ให?กับคนรุ?นต?อไป วัฒนธรรมที่ดี สิ่งก?อสร?าง บทเพลง ภาพวาดหรือสิ่งใดก็ตามที่เป?นงาน สร้างสรรค?ที่มีคุณค?าล?วนเป?นของขวัญที่มนุษย?ได?รับมา แต?เราไม?อาจจะอยู?ด?วยของขวัญเหล?านี้ได?

ตลอดไป เราควรสร?างสรรค?งานต?อไปเพื่อให?สังคมมีของขวัญแก?ผู?อื่นต?อไป การสร?างสรรค?เหล?านี้ ควรเป?นการสร?างสรรค?ที่เกิดขึ้นจากความศักดิ์สิทธิ์ ความบริสุทธิ์ใจ กระทําโดยไม?มีความอยากที่ จะได?รับรางวัลหรือการยอมรับ ไม?แฝงด?วยความเห็นแก?ตัว การกระทําดังกล?าวตามหลักศาสนาเชน ถือว?าเป?นการกระทําตามหลัก ?ทานะ?

?วิญญาณ?  ระหว?างการบํารุงผืนดินและสังคมเราต?องบํารุงวิญญาณของเราไปพร?อมๆ กันด?วย เนื่องจากว?าเมื่อวิญญาณของเราสมบูรณ?แข็งแรงแล?ว การบํารุงผืนดินและสังคมก็เป?นไปได? ง?ายขึ้น วิญญาณของเราบางครั้งถูกทําให?เกิดการสึกกร่อนและเจ็บป?วยด?วยความโลภ ความกังวล ความกลัว หรือความริษยา แค?นเคือง เป?นต?น การทํานุบํารุงตนเอง ศาสนาเชนเรียกว?า ?ตป?ส? ซึ่ง หลักการตป?สเป?นการเยียวยาและการทําให?ตนเองบริสุทธิ์ มนุษย?ในยุคป?จจุบันสามารถปฏิบัติตป?ส ได?หลายทางด?วยกัน ไม?ว?าจะเป?นการถือสันโดษโดยการทําสมาธิ สงบปาก สงบใจ ทําให?ร?างกาย และจิตใจสงบนิ่ง พักผ่อนจากโลกแห?งความขัดแย?งและซับซ?อน การบริโภคให?น?อยลงก็ถือว?า เป?นตป?สเช?นกัน อาจทําได?โดยการลดจํานวนอาหารที่เรารับประทานหรือลดจํานวนข?าวของ เครื่องใช? ให?เหลือเพียงสิ่งของที่จําเป?นเท?านั้น สิ่งของที่ยังสามารถใช?ได?ก็ยังไม?ต?องซื้อใหม? และมี รูปแบบการดําเนินชีวิตที่เรียบง?ายที่สุดเท?าที่จะทําได?นั่นเอง ผู?ที่ปฏิบัติตป?สนั้นต?องตระหนักเสมอว?า อะไรจึงจะพอเพียงสิ่งเหล?านี้เป?นการยับยั้งความอยากของเรา ส?วนการเติมเต็มตัวเองด?วยตป?สนั้น สามารถทําได? 4 วิธีด?วยกัน คือการถ?อมตน การรับใช?ผู?อื่น การศึกษา และการนอน

การถ?อมตน หมายถึงการลดความสําคัญของตนเองลง เพราะในการดําเนินชีวิตของ มนุษย?เราย?อมทําให?วิญญาณเกิดความทะนงตัวในความสําเร็จในหน?าที่ การงาน หรือกิจกรรมต?างๆ จนอาจก?อให?เกิดอัตตาหรือกิเลสกับวิญญาณของเราได?

การรับใช?ผู?อื่น เป?นการชําระล?างการหมกมุ?น การสนใจแต?ป?ญหาของตนเอง การรับใช? ผู?อื่นมิใช?เพื่อผลของผู?อื่น แต?เป็นไปเพื่อตัวเราเอง เป?นการมองป?ญหาคนอื่น ให?ความสนใจกับผู?คน ในสังคมบ?าง รับรู?ป?ญหาและช?วยเหลือในทุกสิ่งที่เราสามารถทําได?

การศึกษา เป?นหนทางแห?งการเติมเต็มตนเองอีกอย?างหนึ่ง การศึกษาไม?ใช?การหาข?อมูล หรือท?องจําตํารา แต?หมายถึงการเข?าใจในคําสอนอย?างแท?จริง การศึกษาตําราเพียงเพื่อเป?นเครื่องมือ ในการไตร?ตรองและค?นพบคุณสมบัติที่แท?จริงของตนเอง ตัวเราเองเป?นตําราอันยิ่งใหญ?ที่ต?องศึกษา และพัฒนาตนเองตลอดเวลา โลกธรรมชาติก็เป?นแหล?งความรู?ที่ยิ่งใหญ?อีกแห?งหนึ่งซึ่งมนุษย?ต?องมี การศึกษาและเข?าใจอย?างลึกซึ้ง

นอกจากกิจกรรมข?างต?นเหล?านี้แล?ว ยังมีการนอนอีกประการหนึ่งที่ช?วยให?วิญญาณของ เราสมบูรณ?มากขึ้น จิตวิญญาณต้องการการเอาใจใส?ทั้งในการควบคุมในสิ่งที่ไม?เป?นประโยชน?และ การส?งเสริมในสิ่งที่เป?นคุณค?า การนอนเป?นการส?งเสริมความสามารถในการพัฒนาจิตวิญญาณของเราที่สําคัญอีกอย?างหนึ่ง การพัฒนาจิตวิญญาณมีความจําเป?นอย?างมากโดยเฉพาะในสังคมที่เต็มไป ด?วยการแก?งแย?งชิงดีชิงเด?นกัน เห็นได?ชัดเจนในวิถีชีวิตของคนในเมืองที่ดําเนินไปอย?างซ้ำๆ ทุกวัน

โดยเฉพาะการทํางานในโรงงานอุตสาหกรรมในป?จจุบันเป?นการทําลายวิญญาณอย?างหนึ่ง เนื่องจาก สินค?าที่ผลิตในโรงงานอุตสาหกรรมเป?นการผลิตที่เกินความจําเป?นถือได?ว?าเป?นการกระทําที่ สิ้นเปลือง การทํางานที่ทําลายวิญญาณเช่นนี้ควรแก?ไขโดยการลดเวลาการทํางานลงครึ่งหนึ่ง แล?ว เพิ่มกิจกรรมทางวัฒนธรรม จิตวิญญาณและความคิดสร?างสรรค?มากขึ้น หรือแม?แต?การเพิ่มเวลา นอนก็ถือว?าเป?นตป?สอย?างหนึ่ง

การทํานุบํารุงควรทํานุบํารุงทั้ง ?ผืนดิน สังคม วิญญาณ?  ไปพร?อมๆ กัน เพราะทั้งสาม องค?ประกอบไม?อาจแยกออกจากกันได? ความสมบูรณ?ของทั้งสามองค?ประกอบจะเกิดขึ้นได?ก็ ต?อเมื่อทั้งสามอย?างนี้สมบูรณ? ดังนั้นการกระทําที่ตระหนักถึง ?ผืนดิน สังคม วิญญาณ?  เป?นการ กระทําที่ส?งเสริมให?เกิดความสมดุลทางนิเวศวิทยา มนุษย?ในยุคป?จจุบันควรปรับและเปลี่ยนการ ดําเนินชีวิตประจําวันให?เป?นไปตามหลักการของ ?ผืนดิน สังคม วิญญาณ? เพื่อให?เกิดผลในการ แก?ไขป?ญหาทางนิเวศวิทยาและป?ญหาทางจิตวิญญาณที่นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกที

จากเดิมที่คําสอนของศาสนาเชนใช?เป?นแนวทางในการปฏิบัติ ได?แก? ?ยัคนา ทานะ และตป?ส?  สาทิศ กุมารได?ใช?คําสามคําที่เข?าใจง?ายแทน ได?แก? ?ผืนดิน สังคม และวิญญาณ?  มา อธิบายความหมายและแนวทางในการปฏิบัติตามหลักคําสอนของศาสนาเชน เพื่อการเข?าใจที่ง?าย และสามารถนําไปใช?ในบริบทอื่น สังคมอื่น วัฒนธรรมอื่น และในศาสนาอื่นได? ข?อดีของการใช?คํา ทั่วไปเช?นนี้ชี้ให?เห็นว?าสาทิศ กุมารต?องการที่จะเผยแผ?หลักคําสอนที่เป?นประโยชน?แก?ระบบนิเวศ สังคม และตัวมนุษย?เอง โดยไม?ติดอยู?ในกรอบของความเป?นศาสนาเชนเท?านั้น ซึ่งคนที่ไม?ได?นับถือ ศาสนาเชนก็สามารถที่จะเป?ดรับการเรียนรู?สิ่งใหม?ๆ นี้ได?อย?างไม?ตะขิดตะขวงใจ ถือได?ว?าเป?นการ เป?ดพื้นที่ให?คนทั้งโลกได?ศึกษาเรียนรู?อย?างเปิดกว?างที่สุด โดยปราศจากขอบเขตของวัฒนธรรมหรือ ศาสนาใดๆ