บทความ

ค่ายยุวโพธิชน : สร้างผู้นำชาวพุทธรุ่นใหม่ เข้าใจตนเอง สังคม และธรรมชาติเพื่อสันติภาพ

เนื้อหาในการจัดอบรมครั้งนี้ประกอบด้วย

1.    ภาวะผู้นำ  คุณธรรมของผู้นำ  การนำที่มีการมีส่วนร่วมเป็นพื้นฐาน การทำงานเป็นทีม  การรู้จักการวางแผนและสรุปบทเรียน  การสร้างบรรยากาศการทำงานที่มีความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนเป็นพื้นฐานเพื่อการ ทำงานร่วมกันอย่างมีความสุขและทำงานได้ประสบความสำเร็จ 

2.    ภาวนา  ผู้จัดการอบรมจัดให้เด็กได้ทำวัตรสวดมนต์นั่งสมาธิทุกเช้า - เย็น  และจัดให้มีการฝึกสมาธิภาวนาเข้มเป็นเวลา 3  วันโดยการปิดวาจาและให้ปฏิบัติภาวนาอย่างเดียว  โดยมีพระอาจารย์จากเสขิยธรรมเป็นผู้สอน

3.    การเข้าใจตนเองและผู้อื่น  จัด กิจกรรมให้พวกเขาได้สำรวจตรวจตาตัวเองว่าเป็นคนที่มักแสดงออกอย่างไร  ด้วยเหตุพื้นฐานอันใด มีความสามารถที่น่าภาคภูมิใจด้านใดและมีจุดอ่อนจุดแข็งอย่างไร  และเห็นแนวทางที่จะพัฒนาตนเองต่อๆ ไป  รวมทั้งเข้าใจและยอมรับผู้อื่นในแบบที่เขาเป็น  เกิดความรักความเมตตาต่อความทุกข์ในชีวิตของเขา  และเกิดมุทิตาต่อความดีงามและความภาคภูมิใจในชีวิตของเขาด้วย

4.    การคิดอย่างมีวิจารณญาณ  ประกอบ ด้วยการเรียนรู้และฝึกฝนทักษะการจับประเด็นจากการอ่านบทความ  การฟัง  การดูหนัง  รวมทั้งการเรียนรู้และฝึกฝนวิธีคิด 10  แบบที่เรียกว่าโยนิโสมนสิการ 

5.    การปรับใช้หลักธรรมในชีวิตและการงาน  พวก เขาได้เรียนรู้หลักธรรมที่สำคัญๆ ในพระพุทธศาสนาคือ หลักอิทัปปัจยตา  อริยสัจสี่  โยนิโสมนสิการ อบายมุข บารมี 10 โดยผ่านการทำกิจกรรมที่ใช้เป็นสื่อในการสอนและระดมจากประสบการณ์ของพวกเขา เอง

6.    การสื่อสารอย่างสันติ  เรียน รู้วิธีการที่เป็นเครื่องมือทำให้เกิดความรักความเข้าใจ  เห็นอกเห็นใจผู้อื่นและรู้วิธีการสื่อสารที่แสดงให้ผู้ที่ตนสื่อสารด้วย รู้สึกว่าได้รับความรักความเข้าใจ  อันจะนำไปสู่ภาวะแห่งรักและสันติแม้ว่าจะเป็นการสื่อสารในเรื่องที่เป็นความ ขัดแย้ง

7.    ศึกษาธรรมชาติและนิเวศวิทยาแนวลึก  เยาวชนได้ไปเดินป่าศึกษาธรรมชาติที่อุทธยานแห่งชาติเขาใหญ่  หลังจากนั้นได้ทำกิจกรรมสภาสรรพสิ่ง  อันเป็นกิจกรรมที่พวกเขาได้แสดงออกถึงความเข้าใจต่อสรรพสิ่งอื่นๆ ที่กำลังได้รับผลกระทบจากวิกฤตสิ่งแวดล้อมอันเกิดจากน้ำมือมนุษย์

8.    ศึกษาและวิเคราะห์ระบบทุนนิยมและบริโภคนิยม  เรียน รู้ระบบทุนนิยมในโครงสร้างระดับประเทศและระดับโลก  และวัฒนธรรมบริโภคนิยมที่ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของพวกเขาและกระทบต่อคนยาก ไร้ผู้ใช้แรงงานรวมถึงชาวบ้านเกษตรกร 


สรุปผล

สรุป ผลการทำงานจากการประเมินผลของพวกเขาเองทั้งโดยการเขียนและการพูด  พวกเขากล่าวว่า  เห็นการเปลี่ยนแปลงของตัวเองหลังจากผ่านกิจกรรมเหล่านี้  คือ  มีความมั่นใจมากขึ้นที่จะทำหน้าที่ผู้นำและอยากจะกลับไปทำหน้าที่ผู้นำที่ โรงเรียน  เพื่อโน้มนำเพื่อนๆ นักเรียนเข้าสู่หนทางที่ดีงาม  รู้สึกเกิดพลังใจฮึกเหิมที่จะเป็นหน่อแห่งโพธิที่จะพัฒนาตนเองยิ่งๆ ขึ้นไปด้วยคุณธรรมแห่งความเป็นผู้นำที่แท้  เพื่อทำประโยชน์แก่สังคมและธรรมชาติ  เชื่อมั่นว่าหลักธรรมทางพุทธศาสนาสามารถนำมาปรับใช้สำหรับการใช้ชีวิตที่มี ความสุขและสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นในโลกได้ 

ก่อนการจากลา  พวกเขาแต่ละกลุ่มที่มากจากที่เดียวกันได้ประกาศความตั้งใจว่าเมื่อกลับไป แล้วจะทำกิจกรรมอะไรในโรงเรียนและชุมชนของตนเองบ้าง  และสัญญาว่าจะส่งข่าวคราวแลกเปลี่ยนความเคลื่อนไหวการทำกิจกรรมและให้กำลัง ใจกันต่อไป   

มิตรภาพเหนียวแน่นที่เกิดขึ้นในช่วง 20 วันที่อยู่ด้วยกัน  ทำให้พวกเขาหลั่งน้ำตาด้วยอาลัยกันและกัน  แต่ก็ยืนยันแก่กันและกันอย่างหนักแน่นว่า ยุวโพธิชนรุ่น 5 ซึ่งพวกเขาตั้งชื่อรุ่นให้ตัวเองว่ารุ่น "ฮา ฮา ฮา"  จะเหนียวแน่นเป็นหนึ่งเดียวด้วยอุดมคติแห่งผู้นำชาวพุทธรุ่นใหม่ต่อไป