ศูนย์ไทย-ธิเบต

คนรุ่นปัจจุบันจำนวนมากยังมีความเข้าใจว่า  ธิเบตเป็นส่วนหนึ่งของจีนมาช้านาน แต่ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ธิเบตเคยเป็นรัฐอิสระมานานเกือบสองพันปี มีภาษาและกฏหมายเป็นของตนเอง มีอาณาเขตชัดเจน ภายหลังจากการถูกจีนรุกราน  องค์ทะไลลามะ ที่ 14 ซึ่งเป็นผู้นำทั้งทางโลกและทางธรรมของธิเบต  ได้เสด็จลี้ภัยการเมืองพร้อมกับชาวธิเบตเป็นจำนวนมาก ไปอยู่ทางตอนเหนือของอินเดีย เพื่อแสดงความนบนอบ เคารพ ต่อศรัทธาที่มีกับองค์ทะไลลามะ และด้วยเห็นถึงความสำคัญของวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของธิเบตที่ยังทรงคุณค่า

 

ศูนย์ไทย-ธิเบต จึงเกิดขึ้นจากการริเริ่มและ รวมกลุ่มกันของชาวไทย ผู้สนใจในเรื่องราวทางธิเบตศึกษา และพุทธศาสนา ฝ่ายวัชรยาน นักวิชาการ อาจารย์มหาวิทยาลัย ข้าราชการ นักธุรกิจ นักพัฒนา ตลอดจนนักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไป อนุสนธิของการก่อตั้งศูนย์ไทย-ธิเบตนี้ มีมาแต่การรณรงค์เรียกร้อง ให้รัฐบาลไทย ดำเนินนโยบาย ด้านการต่าง ประเทศ อย่างเป็นอิสระ ในกรณีที่องค์ทะไลลามะได้รับการปฏิเสธ มิให้เดินทาง เข้ามาร่วมประชุม ผู้เคยได้รับรางวัล แมกไซไซ ที่กรุงเทพฯ ซึ่งแม้การรณรงค์เรียกร้อง ต่อรัฐบาลคราวนั้น จะไม่สามารถเปลี่ยนมิติ และท่าทีของหน่วยงานราชการ ผู้รับผิดชอบต่อเรื่องนี้ได้ แต่ก็ทำให้ได้ทราบว่า มีประชาชนคนไทยจำนวนมาก ที่ให้ความสนใจในเรื่องราวทางฝ่ายธิเบต ไม่ว่าจะเป็นในแง่ ประวัติศาสตร์ อารยธรรม รวมตลอดถึงการประพฤติปฏิบัติธรรม ในลัทธิฝ่ายวัชรยาน และสถานะ ของชนชาตินี้ในปัจจุบัน โดยมีทั้งที่เริ่มต้นสนใจมาก่อนหน้านี้และเพิ่งเริ่มติดตามข่าวสารเมื่อเกิดกรณีของการรณรงค์ดังกล่าว ด้วยเหตุนี้ จึงมีผู้ดำริว่า หากมีการก่อตั้งศูนย์กลางเพื่อดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับธิเบตศึกษาขึ้นเป็นแห่งแรกในประเทศไทย โดยประสงค์จะให้เป็นแหล่งรวม เพื่อการศึกษาค้นคว้าพบปะพูดคุย และเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับธิเบตและวัชรยาน ทั้งใน หมู่คนไทยผู้สนใจด้วยกัน และกับชาวต่างประเทศที่มีความสนใจในแนวทางเดียวกัน ก็จะเป็นประโยชน์มิใช่น้อย จึงได้มี การประชุมเพื่อจัดตั้งและวางนโยบายของศูนย์ฯ ในวันที่ 19 มกราคม พ.ศ.2531 และได้ดำเนินการ ติดต่อขอความอนุเคราะห์ จากผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อรับเป็น "คณะกรรมการที่ปรึกษาศูนย์ไทย-ธิเบต" โดยในทางนิตินัย ศูนย์นี้อยู่ภายใต้สังกัดของ "มูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป"



วัตถุประสงค์

    1.เพื่อศึกษาและเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมสังคมของธิเบต
    2.เพื่อเสริมความเข้าใจและความสัมพันธ์อันดีงามระหว่างประชาชนไทย-ธิเบต
    3.ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างพุทธศาสนานิกายต่าง ๆ

กิจกรรม

    - จัดศูนย์ข้อมูลเกี่ยวกับธิเบตศึกษาเพื่อการศึกษา ค้นคว้า และวิจัย
    - พิมพ์เผยแพร่เอกสารเกี่ยวกับธิเบต
    - จัดการบรรยาย สัมมนา
    - จัดโครงการปฏิบัติธรรมระยะสั้นและระยะยาว
    - ติดต่อประสานงานกับศูนย์ธิเบตในต่างประเทศ

 

มูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป จึงจัดให้มีกิจกรรมเพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมธิเบตให้เป็นที่รู้จักในสังคมไทยและสังคมโลก และร่วมสร้างความเป็นธรรมให้กับคนธิเบตที่พลัดถิ่นในอินเดีย และเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างชนชาติธิเบตกับสังคมไทย และเพื่อช่วยให้คนแก่ธิเบตพลัดถิ่น ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าทะไลลามะ ซึ่งถือเป็นความหวังและศรัทธาอันสูงสุดของผู้คนชราธิเบตก่อนที่สิ้นลมหายใจ


1. กิจกรรมพาคนชราชาวธิเบตพลัดถิ่นในภูฏานที่อาศัยอยู่ในบ้านพักคนชรา อายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้น จำนวน 30 คนไปได้มีโอกาสเข้าฟังธรรมจากองค์ทะไลลามะและแสวงบุญ ณ สังเวชนียสถาน 4 แห่ง เนื่องจากท่านทะไลลามะ  จะเดินทางไปบรรยายธรรมตามสถานที่ต่างๆ ที่ชาวธิเบตพลัดถิ่นอาศัยอยู่ ในแต่ละครั้งจะมีชาวธิเบตนับหมื่นคนไปฟังธรรมจากท่าน  การเข้าเฝ้าทะไลลามะเป็นความหวังของชาวธิเบตทุกคน แต่ชาวธิเบตที่ลี้ภัยอยู่ในภูฐานยังไม่มีโอกาสเข้าเฝ้าทะไลลามะในประเทศของตน เนื่องจากเหตุผลทางการเมือง บางส่วนที่พอมีทุนทรัพย์ได้เดินทางเข้าเฝ้าและฟังธรรมจากท่านที่ประเทศอินเดียหรือเนปาล แต่คนอีกกลุ่มหนึ่งที่หนีมาโดยลำพังไร้ญาติขาดมิตร บัดนี้ชีวิตได้เข้าสู่วัยชราและอาศัยอยู่ในบ้านพักคนชราตามแนวตะเข็บชายแดนอินเดีย-ภูฐาน มีโอกาสน้อยนักที่จะได้เข้าเฝ้าท่านเนื่องจากขาดทุนทรัพย์


2. โดยจัดกิจกรรมเทศกาลศาสนา  ศิลปะ  ดนตรี วัฒนธรรมธิเบต ในหัวข้อ จากหิมาลัยสู่เจ้าพระยา ขึ้น ในระหว่างวันที่ 5-12 มีนาคม 2553 ณ กรุงเทพมหานคร  ภูเก็ต และเชียงราย โดยมีการปาฐกถา เวียน-ว่าย-ตาย-เกิด ในโลกสมัยใหม่ Jetsun Pema (น้องสาวทะไลลามะ), การเสวนา การกลับมาเกิดใหม่ในแง่ของวัชรยาน, การแสดงวัฒนธรรมและดนตรี จากสถาบันศิลปะการแสดงธิเบต หรือ Tibetan Institute of Performing Arts (TIPA) ซึ่งเป็นองค์กรทางวัฒนธรรมในต่างแดนที่เก่าแก่ที่สุดองค์กรหนึ่ง ตั้งอยู่ในเมืองธรรมศาลา ประเทศอินเดีย  TIPA ส่งเสริมการศึกษาและการแสดงละครโอเปร่าเก่า ๆ ดนตรี ระบำ และวัฒนธรรมของธิเบต TIPA คือการรวมกลุ่มอย่างเข้มแข็งของศิลปินอาชีพที่ได้รับการฝึกฝนด้านดนตรีและการละครธิเบต รวมทั้งการศึกษาสมัยใหม่  

หมายเหตุ หยุดพักการดำเนินงาน

ผู้สนใจติดต่อที่
โครงการศูนย์ไทย-ธิเบต THAI - TIBETAN CENTRE (T.T.C)
113-115 ถ.เฟื่องนคร (ตรงข้ามวัดราชบพิธ) กรุงเทพฯ 10200