การศึกษาของผู้ถูกกดขี่ (PEDAGOGY OF THE OPPRESSED)

การศึกษาของผู้ถูกกดขี่ (PEDAGOGY OF THE OPPRESSED)

เขียน เปาโล เฟรเร
สำนักพิมพ์ ปลากระโดด
ที่มา http://www.kledthai.com/

คำปรารภ

หนังสือดีที่อดีตผู้มีอำนาจในบ้านเมืองสมัยหนึ่งเคยประกาศเป็นหนังสือต้องห้าม

ในงานชิ้นนี้เฟรเรเริ่มต้นด้วยการเชื่อมโยงการกดขี่เข้ากับความเป็นมนุษย์ เขาเสนอว่าผู้กดขี่นั้นปรารถนาจะรู้สึกเป็นมนุษย์มากขึ้น ทว่าแท้จริงแล้ว การลดทอนความเป็นมนุษย์ของคนอื่นไม่ช่วยให้ผู้กดขี่มีความเป็นมนุษย์มากขึ้นแต่อย่างใด เขากล่าวว่าในสังคมแห่งกดขี่นั้น มีเพียงผู้ถูกกดขี่เท่านั้นที่จะเปลี่ยนแปลงมันได้ กระนั้นผู้ถูกกดขี่จำต้องเผชิญกับภาวะทางสองแพร่ง ทางหนึ่งคือตระหนักว่าการใช้ชีวิตอย่าไร้เสรีภาพก็เท่ากับไร้ชีวิต ทว่าอีกทางหนึ่ง พวกเขาหวาดกลัวเกินกว่าจะเผชิญหน้ากับมัน ทั้งนี้เพราะพวกเขากำเนิดและเติบโตมาในสังคมลำดับชั้น พวกเขาไม่เคยมีชีวิตเป็นของตัวเองไม่เคยอยู่ได้ด้วยตัวเอง แต่เป็นชีวิตที่ต้องพึ่งพิงอาศัยอยู่กับความเมตตาจอมปลอมของชนชั้นนำผู้กดขี่

เพราะชีวิตมนุษย์ต้องเลือก เฟรเรตั้งคำถามว่าผู้ถูกกดขี่จะเลือกหนทางที่ดีที่สุดแก่ตนเองได้อย่างไร ?

ข้อเสนอของเขาคือ

จะต้องมีการศึกษาแบบใหม่ อันได้แก่ “การศึกษาของผู้ถูกกดขี่” การศึกษาซึ่งเน้นถึงความเป็นมนุษย์ เปิดโอกาสให้ซักถามคิดวิเคราะห์ มิใช่การบอกเล่าท่องจำ สถานะครู-ศิษย์ไม่ควรเป็นอย่างผู้รอบรู้-ผู้โง่เขลา ทว่าต้องปรับระดับให้เท่าเทียมกันเขาเสนอว่าหนทางเหล่านี้จะเป็นไปได้ก็ด้วย “การเสวนา” ที่มีการปฏิสัมพันธ์กันในแนวราบ เปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายร่วมกันคิดเสนอแนะ ตั้งคำถาม ให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในคำถามและคำตอบและให้พวกเขารู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า การศึกษาเช่นนี้จึงเป็นการศึกษาที่เน้นเสรีภาพมากกว่าพันธนาการ เพราะสำหรับเฟรเร มนุษย์ที่แท้นอกจากต้องตั้งคำถามแล้ว ยังต้องอยู่ได้ด้วยตัวเองและพึ่งพาคนอื่นให้น้อยที่สุด เขายังนำเสนอแนวคิดเรื่อง “praxis” หรือการเชื่อมโยงทฤษฏีและการปฏิบัติเข้าด้วยกัน กล่าวคือ กระทำแล้ววิพากษ์วิจารณ์ทบทวนเป็นทฤษฏีที่ดีขึ้นแล้วกระทำอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้เฟรเรยังเน้นย้ำถึงแนวคิดเรื่อง การเปลี่ยนแปลงโลก กล่าวคือทฤษฏีเปลี่ยนแปลงโลกไม่ได้ย่อมไร้ความหมาย

เฟรเรทิ้งท้าย “ถึงผู้อ่าน” ว่า

คนในสังคมมีอยู่เพียงสองฝ่ายเท่านั้น

ฝ่ายหนึ่งเป็นผู้กดขี่และอีกฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ถูกกดขี่

คนจะต้องเลือกยืนอยู่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น

เพราะใครก็ตามที่พูดถึง “ความเป็นกลาง”

นั่นแสดงว่าเขาโกหก

 

ท่านสามารถติดตามอ่านหนังสือหายากและน่าสนใจมากมายได้ที่ ห้องสมุดสันติประชาธรรม
ชั้น 1 เรือนร้อยฉนำ มูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป