บทความ

ปฏิบัติบูชา


Photo : http://www.thairath.co.th/

บทความโดย : ส.ศ.ษ.

ที่มา : https://www.facebook.com/sulak.sivaraksa/

 

การที่ประชาชนพลเมืองพากันไปถวายบังคมพระบรมศพอย่างเนืองแน่นไม่ขาดสายนั้น นับว่าน่าชื่นชม ถือได้ว่าเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อพระเจ้ามหาชีวิต โดยถือว่านี่เป็นอุดมมงคลก็ได้ เพราะการบูชาผู้ที่ควรบูชา นับว่าน่าสรรเสริญ ยังเจ้านายพระญาติพระวงศ์และผู้หลักผู้ใหญ่ในแผ่นดินก็ต้อนรับราษฎรอย่างเต็มใจ หาอาหารให้รับประทาน ทั้งยังบางพระองค์มาทรงประกอบอาหารเองก็มี ทั้งหมดนี้ สะท้อนให้เห็นคุณงามความดีของทั้งผู้ให้และผู้รับ

แต่ทั้งหมดนี้ ถือได้ว่าเป็นอามิสบูชา ซึ่งย่อมสู้ผู้ปฏิบัติบูชาไม่ได้ ฉะนั้น ถ้าชาวเราจะชวนกันขยับเข้าไปให้ถึงปฏิบัติบูชา น่าจะถือได้ว่าวิเศษพิศดารจริงๆ กล่าวคือ ร่วมกันทำอะไรๆถวายในหลวงในพระโกศ ให้เป็นราชพลีอย่างที่มีคุณประโยชน์แก่บ้านเมืองและประเทศชาติอย่างแท้จริง

ขอยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม คือทั้งชนชั้นปกครองและผู้ถูกปกครอง หาทางตกลงร่วมกันทำให้แม่น้ำลำคลองรอบกรุงเทพฯหมดมลพิษ ให้น้ำคืนสู่ความบริสุทธิ์ สำหรับอาบกินได้ดังสมัยบรรพบุรุษของเรา ลดถุงพลาสติกและโฟมให้หมดไปจากพื้นแม่น้ำ ทำลายสิ่งโสโครกในแม่น้ำลำคลองให้หมดไป อะไรๆ ที่ปิดกั้นคูคลอง ต้องเอาออกให้หมด สายน้ำต่างๆ จะติดต่อกันตามธรรมชาติ แม้นี่จะเป็นการใหญ่ แต่ถ้าร่วมใจกันจริงๆ เพื่อบูชาคุณในหลวงของแผ่นดิน นี่จะเป็นสิ่งประเสริฐที่สุด โดยกำหนดให้งานบูรณะปฏิสังขรณ์แม่น้ำลำคลองได้แล้วเสร็จทันงานถวายพระเพลิงพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ หากพระองค์ทรงทราบได้โดยพระญาณวิถีใด ก็ย่อมจะพอพระราชหฤทัย และพระราชทานพรให้พสกนิกรทุกถ้วนหน้าดำรงชีพอยู่กันตามแม่น้ำลำคลองอย่างสุขสวัสดี ดังที่บรรพบุรุษบรรพสตรีของเราดำเนินชีวิตมาเช่นนั้น แต่สมัยกรุงศรีอยุธยานั้นแล้ว ยิ่งถึงงานบรมราชาภิเษกพระเจ้าแผ่นดินองค์ใหม่ ย่อมจะได้เสด็จพระราชดำเนินเป็นพยุหยาตราทางชลมารคอย่างงามสง่าและอย่างมีศักดิ์ศรีที่แท้จริง นับได้ว่าแม่น้ำเจ้าพระยาที่ใสบริสุทธิ์จะคืนกลับมาสมกับการเริ่มรัชสมัยใหม่

อนึ่ง ปี ๒๕๖๐ นี้ กรุงศรีอยุธยาจะสิ้นสภาพความเป็นราชธานีมาครบ ๒๕๐ ปี และเริ่มต้นกรุงธนบุรีเป็นราชขธานีมาครบ ๒๕๐ ปีเช่นกัน เราควรหันไปสำรวจอดีตของเราอย่างรู้เท่าทัน ว่าบรรพชนของเราอยู่กับน้ำยิ่งกว่าชนชาติใดๆ น้ำเป็นหัวใจของการกิน การอยู่ และการสัญจรไปมายิ่งกว่าทางบก ยังความต้องการต่างๆทางวิจิตรศิลปแปละมัณฑนศิลปก็เกี่ยวข้องกับน้ำอย่างเหลือคณานับ เช่นบทเห่เรืออันวิเศษสุด เป็นต้น แม้เมื่อเราย้ายมาตั้งราชธานีที่กรุงรัตนโกสินทร์แล้ว เราก็ยังถือน้ำเป็นปัจจัยหลัก ทั้งทางศิลปวัฒนธรรมและศาสนธรรม หากเมื่อเราลืมกำพืดเดิมของเรา หันเหวิถีชีวิตเอาอย่างฝรั่ง ด้วยความเข้าไม่ถึงอารยธรรมดั้งเดิมนั่นแหละ ความหายนะจึงคืบคลานเข้ามา

ในโอกาสผลัดแผ่นดินเช่นนี้ ควรที่เราจะกลับไปแสวงหากำพืดเดิมของเรา นำบุราณธรรมกลับมาประยุกต์ใช้ให้สมสมัย เพื่อเป็นปฏิบัติบูชาแด่พระผู้เป็นทั้งเจ้าชีวิตและเจ้าแผ่นดินที่เคารพรักของเรา
ในภาคผนวกหนังสือเล่มล่าสุดของข้าพเจ้าชื่อ "อย่าลืมกำพืดของเราเอง" ได้อธิบายขยายความเรื่อง ๒๕๐ ปีกรุงศรีอยุธยาและกรุงธนบุรีไว้ด้วย หากช่วยกันอ่านและร่วมกันวิจารณ์ เพื่อให้เกิดกรณียกิจอันยิ่งกว่าอามิสบูชา เป็นปฏิบัติบูชา ถวายสมเด็จพระมหาราชาธิราชของชาวเรา ทั้งรัชกาลที่ ๙ และรัชกาลถัดไป

สำหรับคนชนบทที่ห่างไกลราชธานีออกไป ก็ร่วมมือกันทำอะไรๆ ให้น้ำในดินแดนของตนได้มีความหมายอย่างสะอาด อย่างเป็นคุณกับชีวิต ให้สมกับพระราชดำรัสของพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ที่ตรัสว่า พระองค์ท่านเป็นน้ำ เพื่อหล่อเลี้ยงพวกเรา พวกเราก็ควรเคารพรักษาน้ำ ดังให้เป็นปฏิบัติบูชาต่อในหลวงของชาวเราให้จงได้