| ค่ายยุวโพธิชน : สร้างผู้นำชาวพุทธรุ่นใหม่ เข้าใจตนเอง สังคม และธรรมชาติเพื่อสันติภาพ |
|
|
|
| เขียนโดย ยุวโพธิชน |
| วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2009 เวลา 18:11 น. |
|
ค่ายยุวโพธิชน : สร้างผู้นำชาวพุทธรุ่นใหม่ เข้าใจตนเอง สังคม และธรรมชาติเพื่อสันติภาพ กิจกรรม ค่ายฤดูร้อนยุวโพธิชน ครั้งที่ 5 นี้ มีเยาวชนเข้าร่วมจำนวน 22 คน จากจังหวัดขอนแก่น ศรีษะเกษ อุดรธานี ระยอง นครศรีธรรมราช ลำพูน กรุงเทพฯ และนครนายก โดยเยาวชนผู้เข้าร่วมมีอายุตั้งแต่ 14 - 19 ปี ผู้ จัดการอบรมใช้การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมในการจัดค่ายเสริมความรู้ครั้งนี้ โดยให้เยาวชนได้ผ่านประสบการณ์ด้วยการทำกิจกรรมต่างๆ แล้วร่วมกันถอดบทเรียนว่าได้เรียนรู้อะไรจากประสบการณ์นั้นๆ บ้าง แล้วจึงโยงประสบการณ์และการถอดบทเรียนของเขาเข้ากับหลักธรรมทางพุทธศาสนา เยาวชนทุกคนได้มีโอกาสร่วมกิจกรรม ร่วมแสดงความคิดเห็น ร่วมแลกเปลี่ยนถอดบทเรียน เนื้อหาในการจัดอบรมครั้งนี้ประกอบด้วย 1. ภาวะผู้นำ คุณธรรมของผู้นำ การนำที่มีการมีส่วนร่วมเป็นพื้นฐาน การทำงานเป็นทีม การรู้จักการวางแผนและสรุปบทเรียน การสร้างบรรยากาศการทำงานที่มีความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนเป็นพื้นฐานเพื่อการ ทำงานร่วมกันอย่างมีความสุขและทำงานได้ประสบความสำเร็จ 2. ภาวนา ผู้จัดการอบรมจัดให้เด็กได้ทำวัตรสวดมนต์นั่งสมาธิทุกเช้า - เย็น และจัดให้มีการฝึกสมาธิภาวนาเข้มเป็นเวลา 3 วันโดยการปิดวาจาและให้ปฏิบัติภาวนาอย่างเดียว โดยมีพระอาจารย์จากเสขิยธรรมเป็นผู้สอน 3. การเข้าใจตนเองและผู้อื่น จัด กิจกรรมให้พวกเขาได้สำรวจตรวจตาตัวเองว่าเป็นคนที่มักแสดงออกอย่างไร ด้วยเหตุพื้นฐานอันใด มีความสามารถที่น่าภาคภูมิใจด้านใดและมีจุดอ่อนจุดแข็งอย่างไร และเห็นแนวทางที่จะพัฒนาตนเองต่อๆ ไป รวมทั้งเข้าใจและยอมรับผู้อื่นในแบบที่เขาเป็น เกิดความรักความเมตตาต่อความทุกข์ในชีวิตของเขา และเกิดมุทิตาต่อความดีงามและความภาคภูมิใจในชีวิตของเขาด้วย 4. การคิดอย่างมีวิจารณญาณ ประกอบ ด้วยการเรียนรู้และฝึกฝนทักษะการจับประเด็นจากการอ่านบทความ การฟัง การดูหนัง รวมทั้งการเรียนรู้และฝึกฝนวิธีคิด 10 แบบที่เรียกว่าโยนิโสมนสิการ 5. การปรับใช้หลักธรรมในชีวิตและการงาน พวก เขาได้เรียนรู้หลักธรรมที่สำคัญๆ ในพระพุทธศาสนาคือ หลักอิทัปปัจยตา อริยสัจสี่ โยนิโสมนสิการ อบายมุข บารมี 10 โดยผ่านการทำกิจกรรมที่ใช้เป็นสื่อในการสอนและระดมจากประสบการณ์ของพวกเขา เอง 6. การสื่อสารอย่างสันติ เรียน รู้วิธีการที่เป็นเครื่องมือทำให้เกิดความรักความเข้าใจ เห็นอกเห็นใจผู้อื่นและรู้วิธีการสื่อสารที่แสดงให้ผู้ที่ตนสื่อสารด้วย รู้สึกว่าได้รับความรักความเข้าใจ อันจะนำไปสู่ภาวะแห่งรักและสันติแม้ว่าจะเป็นการสื่อสารในเรื่องที่เป็นความ ขัดแย้ง 7. ศึกษาธรรมชาติและนิเวศวิทยาแนวลึก เยาวชนได้ไปเดินป่าศึกษาธรรมชาติที่อุทธยานแห่งชาติเขาใหญ่ หลังจากนั้นได้ทำกิจกรรมสภาสรรพสิ่ง อันเป็นกิจกรรมที่พวกเขาได้แสดงออกถึงความเข้าใจต่อสรรพสิ่งอื่นๆ ที่กำลังได้รับผลกระทบจากวิกฤตสิ่งแวดล้อมอันเกิดจากน้ำมือมนุษย์ 8. ศึกษาและวิเคราะห์ระบบทุนนิยมและบริโภคนิยม เรียน รู้ระบบทุนนิยมในโครงสร้างระดับประเทศและระดับโลก และวัฒนธรรมบริโภคนิยมที่ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของพวกเขาและกระทบต่อคนยาก ไร้ผู้ใช้แรงงานรวมถึงชาวบ้านเกษตรกร สรุปผล สรุป ผลการทำงานจากการประเมินผลของพวกเขาเองทั้งโดยการเขียนและการพูด พวกเขากล่าวว่า เห็นการเปลี่ยนแปลงของตัวเองหลังจากผ่านกิจกรรมเหล่านี้ คือ มีความมั่นใจมากขึ้นที่จะทำหน้าที่ผู้นำและอยากจะกลับไปทำหน้าที่ผู้นำที่ โรงเรียน เพื่อโน้มนำเพื่อนๆ นักเรียนเข้าสู่หนทางที่ดีงาม รู้สึกเกิดพลังใจฮึกเหิมที่จะเป็นหน่อแห่งโพธิที่จะพัฒนาตนเองยิ่งๆ ขึ้นไปด้วยคุณธรรมแห่งความเป็นผู้นำที่แท้ เพื่อทำประโยชน์แก่สังคมและธรรมชาติ เชื่อมั่นว่าหลักธรรมทางพุทธศาสนาสามารถนำมาปรับใช้สำหรับการใช้ชีวิตที่มี ความสุขและสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นในโลกได้ ก่อนการจากลา พวกเขาแต่ละกลุ่มที่มากจากที่เดียวกันได้ประกาศความตั้งใจว่าเมื่อกลับไป แล้วจะทำกิจกรรมอะไรในโรงเรียนและชุมชนของตนเองบ้าง และสัญญาว่าจะส่งข่าวคราวแลกเปลี่ยนความเคลื่อนไหวการทำกิจกรรมและให้กำลัง ใจกันต่อไป มิตรภาพเหนียวแน่นที่เกิดขึ้นในช่วง 20 วันที่อยู่ด้วยกัน ทำให้พวกเขาหลั่งน้ำตาด้วยอาลัยกันและกัน แต่ก็ยืนยันแก่กันและกันอย่างหนักแน่นว่า ยุวโพธิชนรุ่น 5 ซึ่งพวกเขาตั้งชื่อรุ่นให้ตัวเองว่ารุ่น "ฮา ฮา ฮา" จะเหนียวแน่นเป็นหนึ่งเดียวด้วยอุดมคติแห่งผู้นำชาวพุทธรุ่นใหม่ต่อไป |
| แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 20 มกราคม 2010 เวลา 11:29 น. |





